Baby Face Yoga on Sister Day
January 30, 2012
คนที่ไม่ทันดูจิ๊บสอนโยคะหน้าเด็กตอนออกอากาศในรายการ Sister Day
วันนี้จิ๊บเอามาลงให้ได้ดูกันทุกคนเลยค่ะ
ทำตามแล้วส่ง email มาบอกด้วยนะคะว่าหน้าเด็กลงไปกี่ปี
แล้วก็ไม่ใช่ทำครั้งเดียวล่ะ ทำเป็นประจำควบคู่กับการฝึกโยคะตัวด้วยค่า
Ready to Teach!
January 29, 2012
กลับมาแล้วค่ะ พร้อมสอน!
เดือนกุมภาพันธ์จิ๊บยังเหลือตารางว่างอยู่นิดหน่อย
ใครมีเพื่อนสนใจจะเรียนบอกให้เค้ารีบโทรมาได้เลยค่ะ ; )

ส่วนใครอยากทำ ท่ายืนด้วยหัวได้ดู vdo สอนศีรษะอาสนะได้ทีนี่
Yoga Bag
December 16, 2011
วันนี้หยิบกระเป๋าใบโตมาลองดูสิว่าจะใส่ของได้พอไปยุโรปสามอาทิตย์ไหม
ปรากฏว่า…

ถ้ากินเยอะไปคงไม่ได้กลับบ้านแน่!
ปล. อาสนะนี้มีชื่อว่า บาลาสนะ ที่อยู่หน้า 94 ในหนังสือโยคะสีชมพูนั่นเองค่า : D
ปารีสกุ๊กกิ๊กไกด์
December 16, 2011
วันนี้สมองเกิดจะตื่นตัวไม่ยอมหนุนหมอนง่ายๆ ก็เลยใช้มุขกล่อมเด็ก(โข่ง)คลาสสิค หยิบหนังสือมาอ่านจนกว่าจะง่วง! เล่มที่หยิบมาอ่านก่อนนอนวันนี้ไม่ใช่หนังสือโยคะ แต่เป็นหนังสือนำเที่ยว เพราะเดี๋ยวครูสอนโยคะคนนี้จะได้เกาะปีกเครื่องบินไป(หนาวจน)ตัวแข็งที่ยุโรป
หนึ่งในเมืองที่จะไปก็คือเมืองที่หนังสือเค้าพูดถึงนี่ มีเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมสองคนใช้แรงงาน(ไปเรียนไป)อยู่ปารีสกับลอนดอน พอแฟนจิ๊บชวนไปบ้านพ่อแม่เค้าที่เวียนนาเลยถือโอกาสนัดเจอสองสาวนี้ที่ปารีสด้วย! สยามเสยิมมีไม่นัด โน่น นัดเจอกันที่ปารีส แล้วจะกินส้มตำร้านไหนได้ล่ะนี่ : )
เอาค่ะ เรายอมพักรักจากปาปาย่าป๊อกป๊อกไปทำความรู้จักกับบาแก๊ต ชีส และไวน์กันหน่อยก็ได้ จริงๆ แล้วไม่ได้กลัวอดข้าว(เหนียว)หรอกนะคะ ที่กลัวน่ะกลัวหนาว
ใครเคยไปปารีสมาแล้วประทับใจยังไง หรืออ่านหนังสือ ดูหนังมีมีอะไรในเมืองนี้บ้างที่เรียกว่าห้ามพลาดนอกจากหอเหล็กรูปตัว A มาบอกมาเล่าให้ฟังหน่อยนะคะ แล้วจิ๊บสัญญาว่าจะถ่ายรูปมาฝาก

When A Yoga Teacher Goes Wakeboarding
September 4, 2011
มีเวลาหยุดพักสองวันก่อนจะเริ่มแปล Yoga Teacher Training 200 ชั่วโมงที่ Yoga Elements วันจันทร์เป็นวันแรก เมื่อวานเลยสบโอกาสได้ไปเล่น wakeboard ที่บึงตะโก้แถวบางนา-ตราด ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่สองหลังจากที่เคยลอง wakeboard มาแล้วครั้งนึงโดยมีเรือลาก ครั้งนั้นก็ล้มหน้าคะมำสำลักน้ำไป 5 รอบกว่าจะยืนได้ 5 วินาทีแล้วก็ดิ่งไปกินน้ำต่อ ที่สำคัญคือได้ยินมาจากหลายปากว่าเคเบิ้ลยากกว่าเรือ เพราะจะลากเร็วจนเราล้มหน้าฟาดน้ำ พอไปถึงที่บึงตะโก้…. มันเป็นเคเบิ้ลแฮะ

บึงตะโก้นี่หน้าตาสวยทีเดียว
ความทรงจำตอนที่ลองเล่น wake board ครั้งแรกก็กลับมา ก็เลยหันไปบอกคนข้างๆ ว่า “ขอคิดดูก่อนนะว่าจะเล่นหรือเปล่า”
นั่งดูคนนู้นคนนี้ลอง หน้าหงายอายไปทั่วเหมือนเราตอนนั้นไม่มีผิด ทั้งน่าขายหน้า ทั้งน่าจะเจ็บตัว

หงายหน้าดูเครื่องบิน
เห็นแล้วก็หันไปถามคนข้างๆ คนเดิมว่า “หยิบบอร์ดตรงไหน”
ขณะที่เดินไปหยิบบอร์ดใจเต้นตึกตัก ก็มีพี่ดูแลบึงคนนึงมาคุยด้วย พอได้ยินว่าเราเป็นเด็กอ่อนหัด ผู้รู้เลยแนะนำให้เล่นเบอร์ดที่ทรงตัวง่ายกว่าไปก่อน แล้วก็มาสอนเทคนิคให้อย่างดี ต่อคิวรอเล่นมา 5 นาทีใจก็ยังเต้นตึกๆ ไม่เบาลงเลย พอถึงตาเรา ที่จับอยู่ในมือยิ่งพาลตื่นเต้นหนักกว่าเดิม

แลบลิ้นสู้เสือ
ตามองเคเบิ้ลที่วิ่งฉิวววว! ฉิวววว! เอาล่ะ เป็นไงเป็นกัน!

ก็พอดูได้เหมือนกันแฮะ!
เล่นไปอีกสองรอบก็เข้าโค้งเลี้ยวได้เป็นครั้งแรก! ทั้งตื่นเต้น ทั้งปลาบปลื้ม ดีใจจริงๆ ที่ทำใจกล้า!
ก่อนที่จะหันไปถามคำถามที่ว่า “หยิบบอร์ดตรงไหน” ครูโยคะอย่างเราก็ได้โอกาสทบทวนบทเรียนที่เรียนมาจากคุณครู Adrian ไม่ใช่อาสนะอะไร แต่เป็นสุตราที่ 9 บทที่ 2 จากคัมภีร์โยคะสุตราของท่านปตัญจลีที่ว่า

แปลได้ความว่า “อภินิเวชาหรือความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ เป็นความเป็นปรารถนาที่ครอบงำกระทั่งผู้มีการศึกษา”
แปลอีกทีได้ว่า “ความปอดแหกกลัวตาย” นั่นเอง
พลังความกลัวตายนี้เป็นหนึ่งในต้นเหตุแห่งทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นแมลง สัตว์บก สัตว์น้ำ เป็นคนจบป. 4 หรือด็อกเตอร์จบปริญญาเอก ก็มีเจ้าเหตุแห่งทุกข์นี้ไว้ครอบครองทั้งสิ้น ในคัมภีร์อื่นๆ ของอินเดียอธิบายไว้ว่า อภินิเวชานี้เกิดจากความยึดติดในรูป ยึดติดในร่างกาย หากเราฝึกที่จะบ่อนทอนความยึดติดนี้ และให้ความสำคัญกับความรู้ทั้งทางสติปัญญา อารมณ์ และจิตวิญญาณ ความกลัวตายนี้ก็จะลดน้อยลงเอง
ถ้างั้นก็… มาสิมา
สติปัญญาคำนวนความน่าจะเป็นดูแล้วว่าเปอร์เซ็นต์ความปลอดภัยในชีวิตระหว่างและหลังจากเล่น wakeboard ค่อนข้างสูง
สืบสาวอารมณ์ดูแล้ว อารมณ์กลัวกับอารมณ์ตื่นเต้นอยู่ห่างกันแค่ความหน้าของเส้นเคเบิ้ล (เอ๊ะ?!!)
จิตวิญญาณก็ได้ซ้อมเป็นศพบ่อยหลังคลาส ก็น่าจะพร้อม
เอาล่ะ เจ้าอภินิเวชา รออยู่กับรองเท้าที่ถอดไว้นี่แหละ ขอไปเล่น wakeboard ก่อนแล้วจะกลับมารับ!
ถ้ามีโอกาส ต้องลองอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิตค่ะ!
Big Toes Down! (5): A Warrior’s Toes
August 18, 2011
เอาล่ะค่ะเบบี้โยคีและโยคีรุ่นเดอะทั้งหลาย ออกมาจากท่า utthita hasta padangusthasana ได้ค่ะ (แหม ค้างไว้ทั้งวันทีเดียว) วันนี้ถึงเวลาชื่นชมนักรบผู้กล้ากันใน virabhadrasana III แล้ว
คนที่มีหนังสือ โยคะสีชมพู เปิดตามไปหน้า 69 เลยค่ะ นักรบคนนี้เค้ายกแขนยกขาแบบนี้

ที่คุณ Prot บอกมาใน fan page ว่า(ในอดีต) “ทำแล้วข้อเท้าจะเบี้ยวอะ อย่างเช่นถ้าเป็นเท้าขวาปลายเท้าจะชอบเฉียงไปทางซ้ายเรื่อยเลย ถึงจะรู้สึกมั่นคง ไม่รู้ว่าจริง ๆ ควรจะเป็นยังไงดี”
ข้อเท้าที่เบี้ยวเป็นหลักฐานมัดแน่นว่า เวลาคุณ Prot ทำท่านี้ จนถึงวันที่มา post ใน fb (ตอนนี้อาจเปลี่ยนไปแล้วก็ได้ใช่ไหมคะ ; ) ) น้ำหนักจะเอนไปทางด้านนอกของข้อเท้ามากเกินไปจนด้านในเท้าลอยและบิด การถ่ายน้ำหนักแบบนี้ก็เป็นแบบกลยุทธ์เบบี้โยคีค่ะ ซึ่งใช้ได้ผลดี แต่ไม่มั่นคงเท่ากับแบบรุ่นเดอะ (ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 4 นะคะ)
วิธีทำให้มั่นคงขึ้นก็คล้ายกันกับครั้งที่แล้วค่ะ มาดูรูปประกอบจากนางแบบหน้าใสคนนี้กัน

เหมือนกับลักษณะกิ่งก้านของท่า utthita hasta padangusthasana ครั้งก่อนว่าขณะที่เรายืดส้นเท้าไปข้างหลังก็ให้ดันขาข้างเดียวกันนี่เข้ามาในเบ้าสะโพกแน่นๆ เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของแกนกลาง จากนั้นแทนที่จะให้จดจ่อไปที่ด้านในเท้าที่ยืนอยู่ โดยเฉพาะ…. นิ้วโป้ง!
นิ้วโป้งที่ปักลงแน่นก็จะขาข้างหนึ่งของเก้าอี้ เคยไปนั่งเก้าอี้ร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วหงายหลังเพราะขาข้างหนึ่งงอหรือหักไหมคะ? การที่เท้าขยับเองได้ราวกับมีชีวิตในท่านี้ก็คล้ายกันนั่นแหละค่ะ ขาอื่นๆ ของเก้าอี้ลงน้ำหนักได้ง่ายกว่า จิ๊บจึงอยากให้จดใจไปที่นิ้วโป้งที่ชอบโดดงาน ฝึกเจ้านิ้วโป้งของเราดีๆ บอกเค้าว่าอาสนะนี้ต้องการเค้าถึงจะมั่นคงและสง่างามให้สมเป็นนักรบคนนึงได้!
เราคุยสัมภาษณ์นิ้วโป้ง(ไม่ใช่นิ้วกลมนะคะ) มาห้าครั้งติดกันแล้ว ให้เค้าพักซะหน่อย
ครั้งหน้าจิ๊บขออนุญาตทยอยตอบคำถามและคำขอต่างๆ ที่ส่งมาใน facebook fan page นะคะ เริ่มจากของน้าส้มที่ส่งมานานนนมาแล้ว (ขออภัยค่ะ) ว่าท่าไหนที่บำบัดอาการท้องผูกได้ดี! (อยากรู้ล่ะสิ!)
คนที่อย๊ากอยากอยากเป็นครูสอนโยคะ จิ๊บแนะนำคอร์สครูสอนโยคะกับคุณ Adrian Cox (ที่มีจิ๊บเป็นล่าม) จากใจจริงค่ะ ปีที่แล้วจิ๊บมีโอกาสได้แปลไปเรียนไป รู้สึกโชคดีมาก ใครที่อยากได้ความรู้ระดับคุณภาพแบบไม่มีกั๊ก
เรียนเชิญค่ะ (‘u<)
Big Toes Down! (4)
August 17, 2011
หลังจากที่ได้เรียนรู้วิธีปกป้องข้อเข่าที่สำคัญโดยใช้นิ้วโป้งน้อยๆ ไปแล้ว วันนี้ก็จะมาดูบทบาทของนิ้วโป้งเจ้ากรรมในท่า utthita hasta padangusthasana ตามที่คุณ Prot ขอมาใน Facebook Fan Page นะคะ ท่าชื่อยาวนี้มีหน้าตาแบบนี้ค่ะ

ถ้าเราท้าวความกับไปถึงบทความ Big Toes Down! (แปลเป็นไทยสนุกๆ ว่า “นิ้วโป้งนั้นสำคัญไฉน”) ตอนที่ 2 เมื่อเทียบกับท่า vrksasana หรือท่าต้นไม้ เราก็จะเห็นว่าท่า utthita hasta padangusthasanaนี้เป็นท่าที่ไม่สมมาตร(หนัก)ยิ่งกว่า vrksasana ซะอีก
กลยุทธย์ที่ใช้เข้าอาสนะนี้จึงแบ่งได้เป็น 2 กลยุทธ์หลักๆ
กลยุทธ์ที่ 1: กลยุทธ์แบบเบบี้โยคี
กางค่ะ กางไปให้เต็มที่ ยืดขาข้างที่ยกไปให้ไกลที่ซู้ดดด (ดังนี้แล้วก็จะง่ายกว่าถ้ายกสะโพกข้างเดียวกันนั้นขึ้นไป) และสร้างความสมดุลด้วยการเอียงน้ำหนักออกไปทางสะโพกอีกข้างงงงนึง แบบนี้

อย่างนี้ก็อาศัยเพียงความยืดหยุ่นและการถ่ายเทน้ำหนักอย่างชาญฉลาดก็อยู่ได้สบายใจเฉิบแล้วค่า
กลยุทธ์ที่ 2: กลยุทธ์แบบโยคีรุ่นเดอะ
เอาล่ะค่ะ ถ้าพร้อมจะก้าว(หรือกาง)ไปแบบโยคีรุ่นเดอะแล้วก็ฟังให้ดีค่ะ คราวนี้แทนที่เราจะกางขาไปสุดโต่งจนสะโพกข้างนั้นยกและสะโพกอีกข้างเทตัวลงแบบเบบี้โยคะ เราจะปลุกเสก(เอางั้นเลย) กล้ามเนื้อด้านในขอขาที่ยืนอยู่ขึ้นมา! ช่ายยยค่า ดันนิ้วโป้งลงไปแน่นๆ กดลงไปที่เสื่อจนกล้ามเนื้อขาโดยเฉพาะด้านในเกร็งตัวขึ้น เหมือนกับต้นไม่ที่หยั่งรากลึกลงในดินจนสามารถรับลำต้นที่ยาว และกิ่งก้านที่แผ่ขยายออกไปได้สบาย

นอกจากนี้เราก็จะขอแรงช่วยจากกิ่งก้านซะหน่อย ขณะที่เรากางขาและยืดออกไปด้านข้าง นับตั้งแต่เข่ามาให้ดันเข้ามาในเบ้าสะโพก จนสะโพกซ้ายกับสะโพกขวาอยู่เท่ากันพอดี รากมั่นคงผ่านนิ้วโป้งน้อยแล้ว กิ่งก้านมั่นคงผ่านสะโพกที่อยู่ตรงแล้ว กี่ร้อนกี่หนาวก็สบาย!
ผ่านไปอีกหนึ่งอาสนะ ครั้งหน้าก่อนที่จะกระโดดไปทำความรู้จักกับอวัยวะส่วนอื่น เราจะมาชำแหละอันอีกอาสนะ virabhadrasana III หรือนักรบที่ 3 นั่งเองค่ะ (‘u<)
อ่านๆ แล้วอยากเรียนโยคะให้ลึกซึ้งกว่านี้ไหมคะ? เริ่มก้าวแรกจากคอร์สผู้ฝึกโยคะ: Yoga Practitioner วันที่ 5 กันยายน (สำหรับผู้ลงคอร์สวันธรรมดา) หรือ วันที่ 10 กันยายน (สำหรับผู้ลงคอร์สวันเสาร์อาทิตย์) ได้เลยค่ะ
ส่วนคนที่ตกหลุมรักโยคะไปแล้ว อยากจะเป็นครูสอนโยคะ รีบกระเถิบเข้ามาใกล้ๆ ใน Yoga Teacher Training 2011 กับ Adrian Cox เร็วค่ะ!
Big Toes Down! (3)
August 15, 2011
วันก่อนเราก็ได้เห็นกันจะจะไปแล้วว่าน้ิวโป้งน้อยๆ นี่ช่วยทำให้ท่าทรงตัวที่ไม่สมมาตรอย่างท่าต้นไม้นี่มั่นคงขึ้นได้มากจริงๆ
มาถึงตอนที่ 3 ของการผจญอาสนะของโป้งน้อยนี่ก็ถึงตาของ Parsvottanasana

สำหรับวันจันทร์แบบนี้ เราจะมุ่งเป้าไปที่ข้อเข่าในท่านี้กัน
ใครๆ ก็คิดว่าคนที่ร่างกายยืดหยุ่นน่ะโชคดีใช่ไหมคะ แล้วถ้าเราจะเหมาเทียบกันทีละทวีป ประเทศในแถบเอเชียอย่างเราดูจะมีข้อได้เปรียบทั้งทางโครงสร้างและการใช้ชีวิตที่เอื้ออำนวยต่อการถนอมความยืดหยุ่นที่มีมาตั้งแต่เด็กๆ ให้อยู่นานหลายปีเกิน
หลายครั้งนักเรียนในประเทศเอเชียเพศหญฺิงจะสามารถบิดๆ ยืดๆ ข้อต่อนั้น ข้อต่อนี้ได้ราวกับเป็น ElastiGirl (จาก The Incredibles) แต่ความยืดหยุ่นก็มากับข้อควรระวังเช่นกันค่ะ Alignment หรือ การจัดท่าทางส่วนใหญ่มีไว้สำหรับมนุษย์ hyper-flexible อย่างเรา (ขอยกมือด้วยคน) นี่แหละค่ะ
ลองนึกดูนะคะ ยกตัวอย่างข้อเข่าของเราก็เหมือนกับบานพับของประตู

บานพับที่ดีก็ควรจะกางและหุบในระยะที่ประตูนั้นๆ ต้องการใช่ไหมคะ? ข้อต่อที่ยืดหยุ่นเกินไปก็เหมือนกับบานพับที่ง้างได้เกินตัวนั่นเองค่ะ และก็เหมือนกับผู้ใช้ประตูบานนั้นที่ต้องระมัดระวังแง้มประตูเปิดเท่าที่จะคงอายุงานของบานพับไว้ได้ ผู้ฝึกโยคะเจ้าของข้อต่อที่ยืดเกินตัว (hyper-flexible joints) ก็ต้องควรกันไม่แขน ขา หลัง ไหล่ฯลฯ กางจนเกินตัวไปค่ะ
ในท่า parsvottanasana นี้เราต้องยืดขาให้ตรง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ที่ข้อเข่ายืดได้เกินตัวต้องระวังที่จะขอเข่าไว้น้อยๆ และเกร็งกล้ามเนื้อรอบเข่าเพื่อเป็นเหมือนเกราะป้องกันไว้อีกด้วย
ตอนนี้เองค่ะ ที่นิ้วโป้งสามารถช่วยได้อย่างน่าประหลาด!
กล้ามเนื้อสำคัญในการสร้างเกาะปกป้องเข่ากลุ่มหนึ่งก็คือกล้ามเนื้อ hamstrings ค่ะ และกล้ามเนื้อนี้ก็โยงใยเชื่อมกับนิ้วโป้งด้วยบรรดา fascia ที่มีอยู่ทั่ว ดังนั้นแล้วเมื่อเรากดนิ้วโป้งลง ก็จะไปปลุกให้กล้ามเนื้อ hamstrings ลุกขึ้นมาทำงานอย่างแข็งขัน ทำให้ข้อเข่าน้อยๆ อบอุ่นปลอดภัยตามมาด้วย
ทำท่า parsvottanasana ครั้งหน้า พูดจากับนิ้วโป้งเค้าดีดีนะคะ : )
ครั้งหน้ามาดูนิ้วโป้งในท่า Utthita Hasta Padangusthasana ตามคำขอของคุณ Prot ใน Facebook ค่ะ
อ่านๆ แล้วอยากเรียนโยคะให้ลึกซึ้งกว่านี้ไหมคะ? เริ่มก้าวแรกจากคอร์สผู้ฝึกโยคะ: Yoga Practitioner วันที่ 5 กันยายน (สำหรับผู้ลงคอร์สวันธรรมดา) หรือ วันที่ 10 กันยายน (สำหรับผู้ลงคอร์สวันเสาร์อาทิตย์) ได้เลยค่ะ
ส่วนคนที่ตกหลุมรักโยคะไปแล้ว อยากจะเป็นครูสอนโยคะ รีบกระเถิบเข้ามาใกล้ๆ ใน Yoga Teacher Training 2011 กับ Adrian Cox เร็วค่ะ!
Big Toes Down! (2)
August 14, 2011
ครั้งที่แล้วลองกดนิ้วโป้งให้จมเสื่อในท่าสามเหลี่ยมกลับด้าน (parivrtta trikonasana) แล้วอาสนะมั่นคงขึ้นเยอะไหมคะ? ลองฝึกต่อไปเรื่อยๆ นะคะ เคล็ดวิชาย่อยๆ ยังรอให้มาเจออยู่
วันนี้อย่างที่สัญญาว่าจะมาจับมือทำความรู้จักกับความสำคัญของนิ้วโป้งในท่าโยคะ(ที่เห็นตามโฆษณาบ่อยๆ) ท่าต้นไม้ (vrksasana) นั่นเอง

สำหรับคนที่ฝึกโยคะมาพอสมควรแล้ว อาจรู้สึกว่าสามารถทำท่านี้ได้อย่างง่ายดาย ไม่ได้ท้าทายอะไร
แต่อย่านิ่งนอนใจไปค่ะ เพราะว่าการทำอาสนะกับการฝึกอาสนะอาจเป็นคนละเรื่องก็ได้
วันนี้จิ๊บอยากให้จับตาไปที่ข้อต่อ 3 ข้อ ในท่า vrksasana นี้ อันได้แก่
- หัวไหล่
- สะโพก
- ข้อเท้า
ขุดเอาวิชาคณิตศาสตร์หรือศิลปะมาก็จะเห็นเลยว่า อาสนะนี้ไม่ใช่อาสนะที่สมมาตร ไม่เหมือนอาสนะอย่าง prasarita padottanasana ดังนี้แล้วเมื่อร่างกายที่ฉลาดซะเหลือเกินของเราจะจัดแจงถ่ายน้ำหนักใหม่โดยอัตโนมัติเป็นแบบนี้

ความไม่สมมาตรของท่าทำให้สะโพกอาสาเลื่อนตัวไปทางนึง และไหล่หลีกไปอีกทางนึงโดยธรรมชาติ
ราวกับว่าหากอยู่ฝั่งเดียวกันแล้วจะทำให้เรือเอียงอย่างนั้นแหละ!
ซึ่งก็จริงระดับนึงค่ะ ถ้าหากเราดูเพียงโครงสร้างทางกระดูกแล้ว ข้อต่อต้องจัดตัวกันแบบในรูปจึงจะอยู่ในท่า vrksasana ที่ไม่สมดุลนี้ได้ แต่จะเกิดอะไรขึ้นคะเมื่อสะโพกกับหัวไหล่ไปกันคนละข้าง สิ่งที่ตามมาติดๆ ก็แน่นอนว่าคือลำตัวที่เอียงและกระดูกสันหลังที่ต้องเรียงตัวเอียงตามไปด้วย กรณีที่ว่านี้สังเกตได้จาก….
นิ้วโป้งค่า! ถ้าหากอยู่ในอาสนะนี้แล้วนิ้วโป้งสามารถลุกขึ้นมาเต้นระบำได้อย่างไม่สนใจข้อต่อตัวไหนนั่นก็แปลว่า เรากำลังเอียงตัวอยู่ เพราะเมื่อสะโพกเอียงไป น้ำหนักส่วนใหญ่ก็จะเทไปทางด้านนิ้วก้อยของเท้าจนนิ้วโป้งลอยเบา
อย่างนี้ทำยังไงดี เราถึงจะจัดกระดูกสันหลังให้ตรงในท่าที่โครงสร้างกระดูกไม่สมดุลนี้ได้
ง่ายนิดเดียวค่ะ ใช้กล้ามเนื้อที่เรามีอยู่สิคะ!
เราดันนิ้วโป้งเจ้ากรรมลงไปที่เสื่อ แล้วกล้ามเนื้อฝั่งในของหน้าแข้ง น่อง และต้นขาก็จะทำงานทันที เมื่อกล้ามเนื้อด้านในของขาทำงานมากกว่าด้านนอกในท่านี้แล้ว สะโพกก็สามารถกลับมาอยู่กลางห้องได้อีกครั้ง เมื่อสะโพกตั้งตรงแล้วกล้ามเนื้อรอบลำตัวทั้งหน้าท้องและหลังก็จะสามารถทำงานได้อย่างสมดุล ชูให้กระดูกสันหลังเหยียดยาวและตรง หัวไหล่ก็กลับมาอยู่กลางตรงกับสะโพกอีกด้วย
อ้า! เท่านี้กระดูกสันหลังของเราก็หายใจได้ทั่วท้องแล้วค่ะ!
นิ้วโป้งนิ้วเดียวจึงช่วยให้ต้นไม้ของเรามั่นคง ชูช่อได้สวยงามขึ้นอย่างนี้เองค่ะ

พรุ่งนี้เรามานั่งฟังความสำคัญของนิ้วโป้งของเท้าเราในท่า parsvottanasana กันต่อ
อ่านๆ แล้วอยากเรียนโยคะให้ลึกซึ้งกว่านี้ไหมคะ? เริ่มก้าวแรกจากคอร์สผู้ฝึกโยคะ: Yoga Practitioner วันที่ 5 กันยายน (สำหรับผู้ลงคอร์สวันธรรมดา) หรือ วันที่ 10 กันยายน (สำหรับผู้ลงคอร์สวันเสาร์อาทิตย์) ได้เลยค่ะ
ส่วนคนที่ตกหลุมรักโยคะไปแล้ว อยากจะเป็นครูสอนโยคะ รีบกระเถิบเข้ามาใกล้ๆ ใน Yoga Teacher Training 2011 กับ Adrian Cox เร็วค่ะ!
Big Toes Down! (1)
August 13, 2011
เคยแอบมองใครฝึกโยคะแล้วคิดในใจว่า “โห ดูมั่นคงจริงๆ” บ้างไหมคะ?
แต่วันนี้จิ๊บจะแง้มบอกหนึ่งในเคล็ดลับที่จะทำให้อาสนะยืนของเรามั่นคงขึ้นอีกจม!
….. โป้ง!
ไม่ได้โกรธนะคะ แต่บอกว่า นิ้วโป้ง!
“นิ้วโป้งอยู่ไหน นิ้วโป้งอยู่ไหน
อยู่นี่จ้ะ อยู่นี่จ้ะ…”
เพลงนี้เคยร้องอยู่บ่อยๆ ตอนเป็นเด็ก แต่ใครจะคิดว่าเพลงเด็กอนุบาลกลับเป็นมันตราในคลาสโยคะได้อย่างเหมาะเจาะซะเหลือเกิน! ก่อนที่เราจะเห็นภาพชัดเจนกัน เรามาดูอาสนะยืนบางท่ากัน หลังจากที่อ่านให้หัวเข้าใจแล้ว จะได้เข้าอาสนะตามให้ร่างกายเข้าใจตามอีกต่อนึง

ในท่าสามเหลี่ยมกลับด้าน (parivrtta trikonasana) นี้หลังช่วงล่างต้องบิดมากพอ และหลังช่วงบนต้องยืดมากพอถึงจะเอามาอ้อมมาวางข้างนอกเท้าหน้าได้ หลังจากนั้นก็ต้องบิดจนหน้าอกเปิด และหัวไหล่แผ่ขยายจนยืดแขนขึ้น
อย่างไรก็ดีข้อควรระวังเรื่องการจัดท่าโดยเฉพาะสำหรับคนที่ร่างกายยืดหยุ่นมาก(จนเกินไปในบางครั้ง) ก็คือตำแหน่งของสะโพก สะโพกในท่านี้จะคว่ำลงไปหาพื้น จนหลังตรงมาชนิดที่ว่าถ้าเอาแก้วใส่น้ำปริ่มมาวางก็จะไม่หก! จังหวะนี้เองที่นิ้วโป้งของเท้าจะอาสามาช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับท่า
เราใช้นิ้วโป้งสังเกตการถ่ายน้ำหนักได้อย่างดี ถ้านิ้วโป้งเบาจนลอยได้ขณะอยู่ในท่าแปลว่าเราถ่ายน้ำหนักไปที่มือและฝั่งนิ้วก้อยของเท้ามากเกินไป เมื่อเห็นนิ้วโป้งเบาเมื่อไหร่ ถ่ายน้ำหนักกลับมาที่ฝั่งนิ้วโป้งและกดลงไปกับผืนเสื่อให้แน่น!
อ่านจนเข้าใจแล้วลองยืนขึ้นฝึกท่าสามเหลี่ยมกลับด้าน (parivrtta trikonasana) อย่างน้อยหนึ่งครั้งดูค่ะ
แล้วเงี่ยหูฟังว่านิ้วโป้งน้อยๆ กำลังสอนอะไรเราอยู่
พรุ่งนี้จิ๊บจะมาแถลงไขความสำคัญของอวัยวะตัวเดิมในท่าต้นไม้ (vrksasana) กันต่อ
และคนที่สนใจจะเป็นครูสอนโยคะ สมัครเรียนกับ Adrian Cox ได้แล้ววันนี้ที่ Yoga Elements 02-655-5671 ค่ะ!


